posted on 13 Aug 2008 10:03 by smile-5
Siถเเปรียบเป็นภาษาอังกฤษก็เปรียบได้เป็นifค่ะ
แต่เรามาลองดูภาษาฝรั่งเศสกันดีกว่าว่าเค้าใช้กันยังไง
Si (Condition)
ประโยคเงื่อนไข
และแล้วก็มาถึงเรื่องประโยคเงื่อนไข ก่อนเริ่มเข้าเนื้อหา ให้เปิดไปทบทวน…การกระจายกริยาใน
présent
impératif
futur simple
imparfait
plus-que-parfait
conditionnel présent
conditionnel passé
ถ้าหากยังกระจายกริยาในรูปแบบเหล่านี้ไม่คล่อง การเรียนประโยคเงื่อนไขจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ นอกจากความสับสนและความท้อถอย บอกแล้วว่า เสายังไม่แข็งแรง จะก่อกำแพงได้อย่างไร สำหรับคนที่มั่นใจว่าน่าจะผ่านอุปสรรคนี้ไปได้ ก็มาเริ่มเรียนกัน ประโยคเงื่อนไขแบ่งออกเป็น 3 แบบ
แบบที่ 1 แบ่งย่อยออกเป็น 3 แบบ
1. Si+présent, présent (เป็นจริงเสมอในปัจจุบัน เป็นนิสัย)
S’il fait beauเวลาอากาศดี, on sort. เรามักออกไปข้างนอก
2. Si+présent, futur simple (มีโอกาสเป็นจริงในอนาคต)
S’il pleutถ้าฝนตก, on ne pourra pas rentrer. เราคงจะกลับบ้านไม่ได้
3. Si + présent, impératif (ประโยคคำสั่ง)
Rentre chez toi กลับบ้านไปเสีย si tu peux.ถ้าทำได้
ระวัง
ตำแหน่งของ Si สามารถสลับลงไปอยู่กลางประโยคได้อย่างที่เห็นในประโยคที่ 3 เครื่องหมายลูกน้ำก็จะหายไปเพราะมี Si ทำหน้าที่เชื่อมอยู่กลางประโยค การทำประโยคเงื่อนไขจึงต้องระวังตำแหน่งของ Si เพราะรูปแบบกริยาที่ตามหลังจะสลับกันด้วย เช่น
S’il pleut, on ne pourra pas rentrer. รูปแบบคือ Si présent, futur simple
On ne pourra pas rentrer s’il pleut. รูปแบบคือ Futur simple si présent
แบบที่ 2 พูดในสิ่งที่ไม่เป็นจริงหรือเป็นไปไม่ได้ในปัจจุบัน
Si + imparfait, conditionnel présent
ตัวอย่าง
Si j’étais toiถ้าฉันเป็นเธอ, je choisirais l’argent. ฉันเลือกเงิน แต่ฉันเป็นเธอไม่ได้ ถ้าเป็นได้ฉันก็คงเลือกเงินจริง ๆ
Je ferais le tour du monde ฉันจะเดินทางรอบโลกsi j’étais riche.ถ้ารวย เผอิญตอนนี้ไม่รวย ก็เลยได้แต่นั่งฝันอยู่ตรงนี้...เฮ้อ
แบบที่ 3 สมมติในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วในอดีต
Si + plus-que-parfait, Conditionnel passé
ตัวอย่าง
S’il n’avait pas trop bu hierถ้าเมื่อวานเขาไม่เมา, il n’aurait pas eu l’accident.เขาก็ไม่เกิดอุบัติเหตุหรอก ความเป็นจริงคือมันเมาแอ๋เมื่อวานนี้ แล้วก็ขับรถไปเสยตอม่อสะพานเข้า อาการเป็นตายเท่ากัน เพื่อน ๆ ก็ได้แต่นั่งบ่นว่าไม่น่าเลย...สงสัยได้กินข้าวต้มฟรีอีกแล้ว
จำให้แม่นว่า
présent ต้อง Futur (S)
imparfait คู่ condi présent
plus-que-parfait ต้อง
คู่กับ conditionnel passé
Condition หรือการทำประโยคเงื่อนไข เป็นที่รวมของรูปแบบกริยาแทบทุกแบบ คนที่ทำประโยคเงื่อนไขได้ดี จะทำรูปประโยค Discours direct/indirect ได้ดีเช่นกัน แต่ถ้าใครยังผ่านตรงนี้ไม่ได้ คงรู้ชะตากรรมตัวเอง
แต่มนุษย์ไม่ได้สร้างไว้ให้เป็นผู้แพ้มิใช่หรือ
อุทิศเวลาสักวันสองวัน ศึกษาการกระจายกริยาให้ถ่องแท้ แค่นี้หนทางข้างหน้าก็สดใสแล้ว
credit : http://www.bonjourajarnton.com
เหมือนภาษาอังกฤษมั้ยคะ ยังงก็อนาใช้สับสนละกัน อิอิ ^^
posted on 13 Aug 2008 09:25 by smile-5
ภาษาฝรั่งเศสก็มีคำนำหน้า คำศัพท์เหมือนกับภาษาอังกฤษนะคะ
แต่ถ้าเราไม่ได้เรียนรุ้ทางภาษาฝรั่งเศส
บางคน อาจจะยังไม่รู้ก็ได้ว่าคำนำหน้าคำศัพท์เนี่ย แบ่งเป็นเพสด้วย
เพราะฉะนั้น เรามาดูกันดีกว่าค่ะ
คำนามในภาษาฝรั่งเศสมี เพศและพจน์ คำนำหน้านาม จึงเปลี่ยนไปตามเพศและพจน์ของคำนามนั้น
ทั้งเพศและพจน์มีผลต่อการสร้างประโยคมาก
ดังนั้น อย่าสับสนทางเพศและอย่าหละหลวมทางพจน์
เวลาท่องศัพท์ อย่าเอาแต่ท่องคำนาม ท่องเพศด้วย
เช่น เวลาจะท่อง styloปากกา ก็ให้ท่อง un stylo จักได้บุญนัก
J ภาษาฝรั่งเศสมีเพศไว้ทำไม
K ไม่ได้เอาไว้สืบพันธุ์แน่นอน การที่นามแต่ละตัวมีเพศจะทำให้คำคุณศัพท์และส่วนอื่น ๆ ในโครงสร้างประโยคต้องเปลี่ยนรูปตามเพศของนามตัวนั้น ทำให้ภาษามีความรัดกุม รู้ได้ทันทีว่า คุณศัพท์ตัวใด ขยายนามตัวไหน ภาษาฝรั่งเศสจึงเป็นภาษาที่เขียนกฎหมายได้ดีอีกภาษาหนึ่ง
คำนำหน้านาม 3 กลุ่มที่ต้องรู้จักคือ
1. Articles indéfinis คำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะมี 3 ตัวคือ
un + คำนามเพศชายเอกพจน์ เช่น un garçon เด็กผู้ชายคนหนึ่ง
une + คำนามเพศหญิงเอกพจน์ เช่น une fille เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
des + คำนามชายหรือหญิงพหูพจน์ เช่น des filles เด็กผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง
ใช้เมื่อมีการกล่าวถึงคน สัตว์ หรือสิ่งของเป็นครั้งแรก
2. Articles définis คำนำหน้านามชี้เฉพาะมี 3 ตัวคือ
le + คำนามเพศชายเอกพจน์ เช่น le garçon เด็กผู้ชายคนนั้น
la + คำนามเพศหญิงเอกพจน์ เช่น la Lune พระจันทร์
les + คำนามชายหรือหญิงพหูพจน์ เช่น les filles เด็กผู้หญิงกลุ่มนั้น
จงสังเกต
à+le = au
à+la = à la
à+les = aux
de+le = du
de+la = de la
de+les = des
ใช้เมื่อเจาะจงชี้เฉพาะไม่ว่าคนสัตว์หรือสิ่งของ หรืออะไรก็ตามที่มีสิ่งเดียวในโลก เช่น le Soleil(พระอาทิตย์), la Lune(พระจันทร์) เป็นต้น
3. Articles partitifs คำนำหน้านามที่ไม่สามารถกำหนดปริมาณได้แน่นอน นิยมใช้กับการกิน การซื้ออาหาร และนามที่เป็นนามธรรม ได้แก่
du + คำนามเพศชาย เช่น du pain ขนมปัง
de la + คำนามเพศหญิง เช่น de la patience ความอดทน
de l’ + คำนามเพศชายหรือหญิงขึ้นต้นด้วยสระหรือ H muet เช่น de l’eau น้ำ, de l’huile น้ำมัน
des + นามชายหรือหญิงพหูพจน์ เช่น des légumes ผัก (เพศชาย)
Articles indéfinis และ articles partitifs จะเปลี่ยนเป็น de เมื่อเป็นประโยคปฏิเสธ เช่น
Nous avons une voiture. ð Nous n’avons pas de voiture. (เราไม่มีรถ)
ยกเว้นเมื่อใช้กับกริยา Etre เช่น Ce n’est pas du coton. (นี่ไม่ใช่ผ้าฝ้าย)
อย่าลืม เวลามีเพศหญิงและเพศชายอยู่รวมกัน ให้ถือเป็นเพศชายพหูพจน์
สรุป
หวังว่าทุคนคงจะเข้าใจภาษาฝรั่งเศสกันมากขึ้นะคะ ^^
credit: http://www.bonjourajarnton.com
edit @ 13 Aug 2008 09:59:34 by RNM.CLUB 2
posted on 30 Jul 2008 20:06 by smile-5
Tibetan Arts
One of the most entrancing artworks is the Tangka paintings.
Tangka is said tp be the most wonderful pearl on the crown of Tibetan art.
Artists apply their imagination to paint stories into coarse cotton.
The Tangka is used to practice mindfulness or for meditation and worshipping purpose.
Painting the Tangka is a skill requiring many years of education and training.
Artists need to possess sound knowledge of Buddhism or Bodhisattva stories before they can actually paint.
There is an institution called Norbulingka located in Dharamsaia, India which offers a wide range of courses about Tibetan arts and cultures including the Tangka painting.
ศิลปกรรมของทิเบต
งานศิลปะที่น่าประทับใจแขนงหนึ่งคือการวาดภาพตังกา กล่าวกันว่าภาพตังกาเป็นดั่งไข่มุกบนยอดมงกุฏอันเจิดจรัสที่สุดของศิลปกรรมทิเบต
ศิลปินนั้นใช้จินตนาการของพวกเขาในการวาดภาพออกมาเป็นเรื่องราวต่างๆลงบนผ้าฝ้ายเนื้อหยาบ
ภาพตังกาใช้เพื่อการฝึกจิตหรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการทำสมาธิและการบูชา
การวาดภาพตังกานั้นเป็นทักษะที่ต้องอาศัยระยะเวลาหลายปีในการศึกษาและฝึกฝน
ศิลปินจำเป็นต้องมีความรู้ทางพุทธศาสนาและเรื่องราวของพระโพธิสัตว์มาเป็นอย่างดีก่อนจะสามารถลงมือวาดได้
มีสถาบันแห่งหนึ่งชื่อ นอร์บูลิงก้า ตั้งอยู่ในเมืองธรรมศาลาในประเทศอินเดีย
ซึ่งเป็นสถาบันที่จัดสอนวิชาทางศิลปะและวัฒนธรรมของทิเบต โดยมีวิชาการเขียนภาพตังการวมอยู่ด้วย
Tibet is the culmination of fascinating cultures.: ทิเบตเป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมอันน่าตื่นตาตื่นใจ